ลายตีนเป็ด vs ลายตีนไก่ ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหนดี
หลายคนอาจจะเคยสับสนเวลาเรียกชื่อแผ่นลายกันลื่น เพราะในวงการช่างมีชื่อเรียกเฉพาะตัวที่ฟังดูแปลกหูอย่าง "ลายตีนเป็ด" และ "ลายตีนไก่" แม้ทั้งสองแบบจะถูกออกแบบมาเพื่อกันลื่นเหมือนกัน แต่ลักษณะทางกายภาพและการใช้งานมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ
1. ลายตีนเป็ด (One Bar / Diamond Plate)
ลักษณะเด่นคือจะมี "ขีดนูนเส้นเดียว" วางเรียงสลับทิศทางกัน (แนวตั้งสลับแนวนอน) ดูคล้ายๆ กับเมล็ดข้าวหรือรูปทรงเพชรแคบๆ
จุดเด่น: ดีไซน์ดูเรียบง่าย ทันสมัย นิยมใช้ในงานตกแต่งค่อนข้างมาก
การใช้งาน: พบมากในงานตกแต่งภายใน, พื้นลิฟต์, บันไดรถยนต์, หรือใช้ทำเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Loft เพราะทำความสะอาดง่ายกว่าเนื่องจากร่องลายไม่ซับซ้อน
2. ลายตีนไก่ (Five Bar Pattern)
ลักษณะเด่นคือจะมี "ขีดนูน 5 เส้น" เรียงขนานกันเป็นกลุ่ม แล้ววางสลับทิศทางตั้งฉากกันไปมา มองดูแล้วคล้ายกับรอยเท้าไก่หรือกรงเล็บ
จุดเด่น: มีความเสียดทานสูงมาก เพราะจำนวนขีดนูนต่อพื้นที่ที่มีมากกว่าแบบตีนเป็ด ทำให้ยึดเกาะรองเท้าหรือล้อรถได้ดีเยี่ยมในทุกทิศทาง
การใช้งาน: เป็นมาตรฐานที่นิยมที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม, พื้นรถบรรทุก, ทางลาดชัน (Ramp), และบันไดหนีไฟภายนอกอาคารที่ต้องเผชิญกับความเปียกชื้นอยู่เสมอ
ตารางสรุปความแตกต่าง
| คุณสมบัติ | ลายตีนเป็ด (1 ขีด) | ลายตีนไก่ (5 ขีด) |
| ลักษณะ | ขีดเดี่ยวสลับทิศทาง | ขีดกลุ่ม 5 เส้นสลับทิศทาง |
| ประสิทธิภาพการกันลื่น | ดี | ดีเยี่ยม |
| การทำความสะอาด | ง่าย | ปานกลาง (ฝุ่นลงร่องง่ายกว่า) |
| ความนิยม | งานตกแต่ง / ยานพาหนะเล็ก | งานอุตสาหกรรม / โครงสร้างหนัก |
สรุปเลือกแบบไหนดี?
ถ้าคุณเน้นความสวยงาม ดูคลีน และติดตั้งในจุดที่ต้องการการดูแลรักษาง่าย "ลายตีนเป็ด" คือคำตอบครับ แต่ถ้าคุณเน้นความปลอดภัยสูงสุดในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการลื่นไถล เช่น พื้นโรงงานหรือทางลาด "ลายตีนไก่" จะตอบโจทย์เรื่องการยึดเกาะได้ดีกว่าครับ
